Thai Teachers TV Blog | สมัครสมาชิก | ติดต่อโทรทัศน์ครู
อ.สายันต์ ขันธนิยม
ปฏิทิน
<< กรกฎาคม 2560
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
2526272829301
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
303112345
เรื่องล่าสุด
 
หลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี่ ที่ใช้อยู่
วันที่ 11 เมษายน 2556
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม

            

                    หลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ยังไม่รู้เลยว่าได้นำไปใช้ถูกต้องหรือเปล่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดซึ่ในตัวชี้วัดนั้นก็จะมีสาระ ซึ่ง สาระเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีการขุดแปลง ปลูกพืช การขายพันธุ์พืช เลยสำหรับวิชาเกษตร และวิชาอื่น ๆ คหกรรม อุตสาหกรรม ก็เหมือนกันไม่มีวิชาเฉพาะ จะมามี ทักษะการทำงาน การวางแผนการทำงาน วิธีการทำงานเพื่อดำรงชีวิต ซึ่งไม่ได้เคยเรียนมาหรือรับรู้มา แล้วก็ไม่มีการอบรม ให้ความรู้แก่ครูการงานเลย อาจเป็นเพราะว่ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ เป็น 1 ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่มองว่าไม่สำคัญ เลยไม่ได้จัดงบประมาณมาพัฒนาครูกลุ่มเหล่านี้ ไปเน้นพัฒนาแต่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก ไม่เป็นไรก็ต้องใช้กวิะี รู้อย่างไร ศึกษาแล้วเข้าใจอย่างไรก็ทำไปอย่างนั้น แล้วครูก็มาเถียงกันเองว่าอย่างนี้ไม่ถูก อย่างนี้จึงจะถูก ใครเสียงดังกว่า มีหลัการกว่าก็ชนะไป ก็เลยไม่รู้ว่าที่ชนะนั้นถูกผรือผิด ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรใหม่ ก็อย่าลืมว่า กลุ่มพลานามัย ศิลป การงานอาชีพ เป็นกลุ่มสาระในการสร้างคนให้เจริญด้วยร่างกาย มีทักษะ และมีสุนทรียภาพ ก็ทำให้เป็นมนุษย์โดยสมบูร์ เมื่อเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์แล้ว จึงไปเติมความรู้เข้าไป เติมคุณธรรมเข้าไป จึงกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรรณ์ ทั้งกาย วาจา ใจ สมอง
            ขอยกตัวอย่าง ให้เห็นว่าการงานอาชีพนั้นไปถูกหรือไม่ ตัวชี้วัด โดยเฉพาะ สาระที่ 1 มาตรฐาน 1.1 ชั้น ม.1
     1. วิเคราะห์ขั้นตอนการทำ งานตามกระบวนการทำงาน นี่คือตัวชี้วัดชั้นปี
          การจัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือสอนก็ต้องสอนตามตัวชี้วัด ซึ่งในตัวชี้วัด ต้องประกอบไปด้วย - สาระ (ความรู้) กระบวนการ คุณธรรม สำหรับสาระ ขั้นตอนการทำงาน กระบวนการทำงาน ถ้าถามครูผู้สอนทั่วประเทศว่า ขั้นตอนการทำงาน กระบวนการทำงาน มีอะไรบ้าง จะมีกี่คนที่รู้ ที่ไม่รู้เพราะเมื่อเรียนมากไม่มีเรื่องนี้ ซึ่งกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น สาระ ก็จะเหมือนเดิมจากที่เรียนมา สำหรับครูการงานแล้ว ไม่ได้มีการอบรมในเรื่องหลักสูตรใหม่เลย ก็คงต้องทำความเข้าใจเองจากอภิธานศัพท์ ท้ายเล่ม - สาระการเรียนรู้แกนกลาง
          1.1 ขั้นตอนการทำงาน เช่น
                - การใช้อุปกรณ์อำ นวยความสะดวก ในการทำงานบ้าน
                - การจัดและตกแต่งห้อง
                 - การเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลีก ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ และห้าง สรรพสินค้า
               เป็นที่เถียงกันว่า จะต้องสอนตามที่กำหนดมาให้ทุกหัวข้อใช่ไหม จะเอาอย่างอื่นมาสอนได้ไหม เพราะมี เช่น ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ของวิชาการงานมีอย่างนี้ หลายตัวทำให้การสอนการงานไปคนละทิศละทาง ควรกำหนดให้อ่านแล้วเข้่าใจสามารถเปลี่ยนหัวข้อที่กำหนดมาให้ได้ หรือต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามนี้ เวลาวัดผลครูจึงไปวัดเนื้อหารที่นำมาใช้จัดกิจกรรม เช่น เครื่องมือทำความสะอาดบ้าน วิธีการตกแต่ห้อง หารเลือกซื้ออาหาร ไม่ได้ออกตามตัวชี้วัด ขั้นตอนการทำงาน กระบวนการทำงาน บางดรงเรียนครูการงานยังแบ่ง เป็นงานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษบ์ งานธุรกิจอยู่ก็ยังมี กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานมีการเปลี่ยน สาระ (เนื้อหา) อย่างสิ้นเชิง ควรมีการอบรมให้ความรู้แก่ครูการงานด้วย และจะได้มีความเข้าใจตรงกันในเรื่องสาระการเรียนรู้แกนกลางที่กำหนดมาให้ ว่าจะทำอย่างไร กลุ่มาสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ มีประเด็นว่า
              1. จะให้สอนให้นักเรียนมีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เป็นการเฉพาะ เช่น การปลูกพืชผัก การตอนพืช การไสไม้ การเลื่อยไม้ การทำอาหารหวาน การทำดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น
              2. จะให้สอนให้นักเรียนได้มีทักษะต่าง ๆ ในการทำงาน เช่น การวางแผนการทำงาน การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหา กระบวนการทำงาน
              3. สอนให้นักเรียนมีความรู้เฉพาะในเรื่องต่าง ๆ แล้วปฏิบัติงานแล้วให้นกัเรียนมีทักษะต่าง ๆ ไปด้วย
             ทุกวันนี้การสอนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สอนให้นักเรียนจัดสวนถาด ในการจัดสวนถาดต้องใช้ทักษะอะไรบ้าง ก็จะสอนให้นักเรียนได้รู้ก่อน เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การวางแผนการทำงาน การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหา เมื่อนักเรียนรู้แล้ว ก็จะนำไปใช้ในการจัดสวนถาด การจัดสวนถาดก็ต้องสอนว่าจัดอย่างไร เมื่อเราถนัดเกษตร ก็จะนพเกษตรมาเป็นตัวเดินเรื่องให้เกิด ทักษะต่าง ๆ แต่ก็จะไม่ตรงกับสาระการเรียนรู้แกนกลาง สิ่งที่ทำไปนั้นก็ไม่มีใครบอกได้ว่าถูกหรือผิด เพราะไม่มีใครได้รับการอบรมหรือชี้แจงจากผู้ร่างหรือทำหลักสูตร

-ครูการงานอาชีพฯ ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท ตอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็น งานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ ถูกหรือไม่
วันที่ 03 กรกฎาคม 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม


โดย.........ครูสายันต์ ขันธนิยม
โรงเรียนอยุธยานุสรณ์






              ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีนั้น แต่ละโรงเรียนยังมีปัญหากันมากในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หลายโรงเรียนไม่ได้ยึดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามสาระ ทั้ง 4 สาระ แต่กลับไปยึดงานเป็นตัวตั้ง อาจเป็นเพราะการแยกเป็นวิชา เกษตรกรรม คหกรรม อุตสาหกรรม ธุรกิจ ตามที่ครูเรียนจบมาหรือที่เคยสอนมาก่อนตามหลักสูตร      พุทธศักราช 252 1และตาม สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว เป็นสาระที่เกี่ยวกับการทำงานในชีวิตประจำวันทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม ที่ว่าด้วย งานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ ซึ่งเป็น หลักสูตรการศึกษา    ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 พอมาเปลี่ยนแปลงเป็นหลักสูตรปัจจุบัน ก็ยังยึดจากหลักสูตรเดิมและตามความถนัดของครู ก็ยังมีการแบ่งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นงาน ๆ อีก บางโรงเรียนแบ่งเป็นงานเกษตร งานบ้าน งานประดิษฐ์ งานช่าง อย่างชัดเจนเป็นภาคเรียน หมุนเวียนกันไป ประกอบกับตัวชี้วัดชั้นปี (ประถมศึกษาที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3) ตัวชี้วัดช่วงชั้น (มัธยมศึกษา  ปีที่  4 - มัธยมศึกษาปีที่ 6) ไม่ได้กำหนดสาระ ชัดเจนเหมือนกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ซึ่งจะมีสาระหรือเนื้อหาชัดเจน เช่น    ตัวชี้วัดชั้นปี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต มาตรฐาน ว 1.1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
        1. สังเกตและอธิบายรูปร่าง ลักษณะ ของเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์
        2. สังเกตและเปรียบเทียบส่วน ประกอบสำคัญของ เซลล์พืชและเซลล์
               สำหรับตัวชี้วัดชั้นปี ของ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง 1.1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
        1. วิเคราะห์ขั้นตอน การทำงาน ตามกระบวนการทำงาน
        2. ใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงานด้วยความเสียสละ
        3. ตัดสินใจแก้ปัญหา การทำงาน อย่างมีเหตุผล
                ถ้าพิจารณาดูแล้วจะเห็นว่ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีสาระ(เนื้อหา) ที่ชัดเจนเลย แต่สำหรับของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีนั้น สาระ (เนื้อหา) ยังมองไม่ออกเลยว่าเป็นของงานบ้าน งานเกษตร งานช่าง          งานประดิษฐ์ หรืองานธุรกิจ แต่มองเห็นว่าเป็นกระบวนการ เป็นทักษะ

                 ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เราแบ่งแยกเป็น งานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ นั้นถูกต้องหรือไม่ เราจะใช้งานอะไรในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เกิดทักษะ/ กระบวนการ ดำเนินไปได้ตาม มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดชั้นปี ก็ต้องไปดูที่ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ประกอบ เพราะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ต้องให้ตอบสนอง
          ตัวชี้วัดชั้นปี (ประถมศึกษาที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3) และตัวชี้วัดช่วงชั้น (มัธยมศึกษาปีที่ 4 - มัธยมศึกษาปีที่ 6)หรือตัวชี้วัดช่วงชั้น
         มาตรฐานการเรียนรู้.
         คุณภาพผู้ัเรียน  ซึ่งกำหนดว่า จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะต้องเป็นอย่างไร
            เพื่อนครูทุกท่านลองกลับไปศึกษาทบทวนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ก่อนที่จะไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ครูการงานอาชีพฯ ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท ตอน ตัวชี้วัด
วันที่ 22 พฤษภาคม 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม


โดย.........ครูสายันต์ ขันธนิยม
 โรงเรียนอยุธยานุสรณ์



ตัวชี้วัด


            ตัวชี้วัด  เป็นเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ แต่ละชั้นปี การจัดการเรียนรู้จึงต้องให้ตอบสนองตัวชี้วัดของชั้นปี ถ้าเราวิเคราะห์ตัวชี้วัด จะพบว่า แต่ละตัวชี้วัด มีคำ หรือข้อความสำคัญ (Key words) ประกอบไปด้วย    
                   ความรู้(K)
                   ทักษะ/กระบวนการ(P)
                   คุณลักษณะ(A)
        ซึ่งคุณลักษณะของรายวิชาที่ปรากฏ ในตัวชี้วัด อาจจะไม่ตรงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่หลักสูตรแกนกลางฯ กำหนด ก็ได้ แต่ละตัวชี้วัดอาจมีทั้ง 3 องค์ประกอบ หรือสององค์ประกอบก็ได้ เช่น
       ตัวชี้วัด ที่ 1 วิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานตามกระบวนการทำงาน ของสาระที่1 มาตรฐาน ง 1.1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1    
        ความรู้      ก็คือ   กระบวนการทำงาน
        ทักษะ      ก็คือ    วิเคราะห์ขั้นตอนการทำงาน
        คุณลักษณะ         ไม่มีผู้สอนจะต้องกำหนดเองให้สอดคล้อง กับลักษณะของกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะให้ตอบสนองตัวชี้วัดนี้
     ตัวชี้วัดที่ 2 . ใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงานด้วยความเสียสละ
       ความรู้          ก็คือ    กระบวนการกลุ่ม การทำงาน
       ทักษะ          ก็คือ     กระบวนการกลุ่ม
       คุณลักษณะ    ก็คือ    ความเสียสละ
            สิ่งที่ต้องการให้ครูการงานอาชีพฯ ได้เห็นนั้นก็คือ ความรู้ที่ปรากฏอยู่ในตัวชี้วัด ของกลุ่มสาระการงานอาชีพฯ ได้แก่ ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะกระบวนการ กระบวนการกลุ่ม ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การประเมินทางเลือกอาชีพ สถานการณ์แรงงาน เป็นต้น
            คำเหล่านี้บางคำครูพึ่งเคยได้ยิน เคยได้เห็น จากหลักสูตรนี้ แต่จะต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ เพื่อนำไปปฏิบัติ ไม่เหมือนกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ความรู้ที่เป็นสาระยังเป็นสาระเดิมที่ครูเคยเรียนมา เคยจัดกิจกรรมการเรียนรู้มา เช่น
            กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สาระที่ 1 มาตรฐาน ค 1.1
         ตัวชี้วัด ที่ 1 ระบุหรือยกตัวอย่าง และเปรียบเทียบจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ ศูนย์ เศษส่วนและทศนิยม
        ตัวชี้วัด ที่ 2 เข้าใจเกี่ยวกับเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็ม และเขียนแสดงจำนวนให้อยู่ในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ (scientific notation)
            จะเห็นว่าส่วนที่เป็นความรู้ จำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ เศษส่วน เลขทศนิยม เลขยกกำลัง เลขชี้กำลัง ซี่งครูเคยเรียนมาก เคยจัดกิจกรรมการเรียนรู้มา อาจมีกระบวนการเท่านั้นที่อาจไม่ทราบในบางกระบวนการ
            ดังนั้น ครูการงานอาชีพฯ จะต้องศึกษาตัวชี้วัดชั้นที่ต้องรับผิดชอบในการจัดการเรียนรู้ ศึกษาทำความเข้าใจกับ คำที่เป็นความรู้ และกระบวนการให้เข้าใจเสียก่อน จึงจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สนองตัวชี้วัดได้ ตัวช่วยตัวแรก ดูหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ให้ดูที่หน้าอภิธานศัพท์ พอที่จะช่วยได้ ครูการงานอาชีพต้องช่วยตัวเอง เพราะกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพฯ ไม่ใช่กลุ่มสาระหลักที่ได้รับการส่งเสริมในขณะนี้ จึงไม่ค่อยมีโอกาสที่ครูจะได้รับการอบรมในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ตรงกับหลักสูตร
           ครูการงานอาชีพฯ จึงต้องตั้งสติให้ดี แล้วค่อยศึกษาตัวชี้วัดให้เข้าใจ เพื่อนำไปวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้       ให้สนองตอบตัวชี้วัด

ครูการงานอาชีพฯ ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท
วันที่ 15 พฤษภาคม 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม

โดย...........ครูสายันต์ ขันธนิยม
 โรงเรียนอยุธยานุสรณ์









“ที่โรงเรียนสอนการงานอย่างไร”
“เทอมแรกสอนงานบ้าน เทอมที่สองสอนงานประดิษฐ์ ใน ม.1”
 “สอนทุกงานเลยในครูคนเดียว ทั้งปี”


          นี่เป็นคำถาม คำตอบ ที่ครูการงานอาชีพและเทคโนโลยี จะถาม จะตอบ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีครูอีกหลายท่านที่ยังเข้าใจและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวิชาการงานอาชีพฯ โดยยึด งานบ้าน งานช่าง งานประดิษฐ์ งานเกษตร งานธุรกิจ เป็นหลักในการจัดการเรียนรู้ และหนังสือหลายสำนักพิมพ์ ก็จะพิมพ์แยกเป็นงาน ๆ

        เพื่อนครูการงานอาชีพฯ ทั้งหลาย ลองตั้งสติให้ดีก่อน แล้วหยิบ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ขึ้นมาศึกษา แล้วศึกษา สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ จะพบว่า มี 4 สาระ 4 มาตรฐานการเรียนรู้ เราต้องจัดการเรียนรู้ ตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้นี้

สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
       มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึก ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัว

สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
       มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้ หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้ เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วม ในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
       มาตรฐาน ง 3.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณธรรม

สาระที่ 4 การอาชีพ
        มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาอาชีพ        มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ

           จากนั้น ก็ไปดู ชั้นที่สอน ดูตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ซึ่งครูการงานอาชีพฯ จะต้องจัดการเรียนรู้ ตามตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ไม่ได้จัดตาม งานต่าง ๆ เลย ตั้งสติ ศึกษา สาระ มาตรฐาน ชั้นที่จัดการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง เพราะจะต้องจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกันให้ได้ แล้วเราจึงไปจัดการเรียนรู้

พระเมรุมาศ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี สะท้อนถึงการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
วันที่ 17 เมษายน 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม


โดย........... สายันต์ ขันธนิยม
โรงเรียนอยุธยานุสรณ์


                          งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2555 จะได้ชมภาพพระราชพิธีฯ จากสื่อต่าง ๆ จะเห็นความงาม ความอ่อนช้อย สี ความวิจิตรบรรจง ของพระเมรุและอาคารประกอบ เหมือนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่ไม่ใช่มนุษย์สร้างขึ้น ถือว่าเป็นการถวายพระเกียรติครั้งสุดท้ายแด่พระองค์
                           สถาบันศาสนา สถาบันกษัตริย์ นับว่าเป็นสถาบัน ที่ก่อให้เกิด วัฒนธรรม ประเพณี สถาปัตยกรรมและความปราณีตศิลป์ ทำให้ประเทศไทยมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นที่น่าสนใจของชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง
                          ความสวยงามของพระเมรุ และอาคารประกอบ เกิดเพราะงานช่างหลาย ๆ ช่างมาร่วมสร้างสรรค์ ซึ่งช่างเหล่านั้นนับวันก็จะหาตัวอยากแล้ว    ไม่ค่อยมีผู้ที่จะรับการถ่ายทอด และผู้ที่จะถ่ายทอดก็หายาก ถ้าเรายังไม่ได้ปลูกฝังให้กับเยาวชนให้มีใจรัก มีความรู้และทักษะในช่างเหล่านั้น มรดกอันล้ำค่าที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษหลายร้อยปีก็จะหมดไปในไม่ช้า สำหรับจิตกาธาน ที่ประดิษฐานพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตกต่างด้วยการ้อยตาข่ายด้วยดอกไม้ ร้อยดอกไม้ การแกะสลักของสด การแทงหยวก
                           งานดอกไม้ ใบตอง แกะสลักผักผลไม้ การร้อยดอกไม้ ซึ่งงานเหล่านี้เคยมีการจัดการเรียนรู้ในสมัยก่อน ซึ่งนักเรียนหญิงจะเรียน ส่วนนักเรียนชายก็จะเรียน เกษตร ช่างไม้ บางโรงเรียนก็สอนทั้งนักเรียนชายนักเรียนหญิง ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา เมื่อเรียนรู้แล้ว ทำได้แต่จะสวย ประณีตหรือไม่นั้นเราไม่รู้ครูจะตัดสินโดยการให้คะแนน แต่จะรู้ว่ามีขั้นตอนในการทำอย่างไร ให้ความรู้สึกว่าทำยากหรือง่าย ชอบไม่ชอบ จากการเรียนรู้ในสมัยนั้นนักเรียนได้รับเป็นความรู้พื้นฐานและทัศนคติที่มีต่องานนั้น ๆ จนทำให้นักเรียนบางคนมีความชอบ มีความสนใจ มีความรู้พื้นฐาน ได้ไปศึกษาต่อในสาขานั้น ๆ ในระดับที่สูงต่อไป เป็นความสามารถพิเศษที่ติดตัวนักเรียนไปใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ในการประกอบอาชีพ
                          ปัจจุบันการจัดการเรียนรู้ การร้อยดอกไม้สด การแกะสลักผักผลไม้ ดอกไม้ใบตอง จะอยู่ในวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งพบใน สาระการเรียนรู้แกนกลาง
                   ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4          การประดิษฐ์ของใช้จากใบตองและกระดาษ
                 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6  เป็นส่วนหนึ่งของทักษะการทำงานร่วมกันเป็นการทำงานกลุ่ม ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขฯ เช่น การประดิษฐ์ของใช้ที่เป็นเอกลักษณ์ไทย เป็นการระบุ ด้วยคำว่า “เช่น” แสดงว่าจะเลือกอย่างอื่นก็ได้ และให้ประดิษฐ์ของใช้
                           การที่จะให้งาน ดอกไม้ใบตอง การแกะสลักผัก ผลไม้ การร้อยดอกไม้ มาอยู่ในหลักสูตรปัจจุบันนั้น คงไม่มี นอกจากเปิดเป็นสาระเพิ่มเติม แต่ก็ยังเห็นคุณครูหลายท่านที่นำมาจัดการเรียนรู้ในงานประดิษฐ์ อาจจะเป็นคุณครูที่มีใจรัก มีความรู้ มีทักษะ ไม่ต้องการให้สิ่งดี ๆ เหล่านี้หายไป จึงนำมาจัดการเรียนรู้ แต่จะไปสนองตอบตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลางข้อไหนตรง ๆ นั้นไม่มี คุณครูต้องไปหาเองว่าจะใกล้หรือจะอิงกับได้ในที่ใด ยังดีที่การแข่งขั้นทักษะ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับงานประดิษฐ์จากการแกะสลักผัก ผลไม้ การร้อยมาดอกไม่ งานดอกไม้ใบตอง ถ้าจะส่งกิจกรรมดังกล่าวประกวดคุณครูต้องหาเวลามาฝึกซ้อมนอกเวลาเรียน
                  น่าเสียดายที่งานฝีมือฝึกความเป็นกุลสตรี ฝึกความละเอียด รอบคอบ ฝึกการมีสมาธิ ซึ่งเป็นงานเอกลักษณ์ของชาติและภูมิปัญญาไทย ไม่มีอยู่ใน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในระยะนี้เราคงเปลี่ยนแปลงหลักสูตรแกนกลางไม่ได้ เราคงต้องมาช่วยกันให้มีวิชาเหล่านี้ซึ่งต้องอนุรักษ์ไว้โดยเปิดเป็นสาระเพิ่มเติม

ห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น ตอนที่ 4 ไม่มองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ
วันที่ 27 มีนาคม 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม


                                                                       โดย...ครูสายันต์ ขันธนิยม
        โรงเรียนอยุธยานุสรณ์

                     ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่พัฒนา มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี จะเห็นได้ในชีวิตประจำวันนั้นเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว และผลิตส่งไปขายยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วยถือว่าเป็นลูกค้ารายสำคัญ แต่ญี่ปุ่น (คน สังคม ผู้นำ) ไม่ได้มองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเลย
                     สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะนำมาพูดนั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ เสียมากว่า แสดงให้เห็นถึงคุณภาพชีวิตนั้นมีความสำคัญ สิ่งแรกที่จะพูดถึง



ทางเดินสำหรับคนตาบอด                          ที่ปลูกต้นไม้สำหรับคนนั่งรถเข็น




              1. ความสำคัญของคนพิการ ทางเท้าจะมีเส้นทางเดินสำหรับคนตาบอด ทางคนปกติไปถึงไหนทางเดินสำหรับคนตาบอดก็ไปถึงนั่นและอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน สำหรับผู้พิการที่ใช้รถเข็น (Wheelchair) ก็สามารถจะใช้ชีวิตแบบปกติได้เพราะทุกสถานที่เขาเตรียมไว้ให้ใช้ได้หมด ทำให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างปกติโดยที่ไม่ต้องมีคนช่วยเหลือ แม้แต่ศูนย์การเกษตรก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ ทำที่ปลูกต้นไม้โดยให้คนที่นั่งรถเข็นสามารถสอดรถเข็นเข้าไปใต้ที่ปลูกแล้วปลูกต้นไม้ได้ เมื่อสังเกตดูก็ไม่เห็นคนพิการเลย แต่เขาทำไมถึงต้องลงทุนทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับคนพิการแสดงว่าเขาเห็นถึงการเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันและต้องให้ผู้ด้อยโอกาสสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข 
             2. การบรรจุหีบห่อผลผลิตญี่ปุ่นจะทำได้อย่างสวยงาม จะพูดว่าบางครั้งสินค้าที่อยู่ในห่อนั้นก็ธรรมดา ๆ นี่แหละ แต่ความใส่ใจในความสวยงาม คุณค่าทางจิตใจ และอาจจะมองถึงการจูงใจในการขายสินค้า การเพิ่มมูลค่าสินค้า แม้แต่พืชผักสวนครัว ก็บรรจุ หรือจัดมัดอย่างสวยงามน่าซื้อ สำหรับเมืองไทยก็เริ่มทำการบรรจุหีบห่อสินค้าอย่างสวยงามแล้ว โดยเฉพาะสินค้า OTOP ที่เป็นของฝาก การพูดถึงเรื่องภาชนะในการบรรจุผลิตภัณฑ์ถ้าจะมองทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็เป็นการใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า ไม่ประหยัดการใช้พลังงาน ได้แต่ความสวยงามแล้วไปทำประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้ ซึ่งประเด็นนี้ ต้องนำมาเป็นปัญหาสู่ห้องเรียน ให้นักเรียนได้คิดกัน
             3. การตกแต่งห้องน้ำ ห้องน้ำที่พูดถึงนี้เป็นห้องน้ำสาธารณะ สำหรับเรื่องความสะอาด ความทันสมัยเรายกนิ้วให้อยู่แล้ว แต่การที่ตกแต่งภายในห้องน้ำด้วยต้นไม้ นำแจกันดอกไม้สดมาตั้งตามมุมต่าง ๆ ของห้องน้ำ เมื่อดูที่แจกันแล้วก็เห็นว่าใช้กิ่งไม้ที่มีอยู่ทั่ว ๆ ไป มาตกแต่งกับดอกไม้ ดอกไม้อาจจะซื้อมา ใช้ความใส่ใจ ศิลปะ ในการเลือกรูปทรง สี ของกิ่งไม้ ดอกไม้ และการตกแต่ง ทำให้แจกันนั้นดูสวย ทำให้ห้องน้ำดูสดชื่น เมื่อความสะอาด ความทันสมัย มารวมกับความสวยงาม ทำให้บรรยากาศของห้องน้ำนั้นดี ส่งผลให้ผู้ใช้มีสุขภาพจิตดี เพราะเห็นแต่สิ่งสวยงาม เป็นระเบียบ แม้แต่ในห้องน้ำ เมื่อนึกถึงห้องเรียน ต้องฝึกนักเรียนจัดแจกัน ใช้ต้นไม้ ดอกไม้ที่หาง่ายทั่ว ๆ ไปมาจัด

             4. ฝาท่อระบายน้ำถึงแม้จะอยู่กลางทางเดินก็ไม่ต้องกลัวเดินสะดุด หรือตกท่อ เขาปิดแน่น สนิทไม่มีช่องให้อะไรล่วงหล่นลงไปได้ แต่กลับมีความสวยงาม บางแห่งทำเป็นเรื่องราวที่ฝาท่อ แต่ละท้องที่จะใช้รูปเดียวกันหมด ถ้าฝาท่อระบายน้ำเปลี่ยนรูปบนฝ่าท่อก็แสดงว่า อยู่อีกท้องที่หนึ่ง ประเด็นคำถามที่จะลองถามนักเรียนว่า ฝาท่อที่นี่จะหายหรือไม่ เพราะอะไร
             5. การเป็นผู้ให้บริการ จะเข้าไปที่ร้านขายของชำ ตลาดสด ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า จะเห็นแต่ความอ่อนน้อมในการต้อนรับ การพูด และคำขอโทษจะได้ยินบ่อยมากทั้ง ๆที่คนผิดคือเรา ซึ่งสิ่งนี้ไม่ต้องลงทุนด้วยงบประมาณแต่เป็นการปลูกฝัง ยึดมั่นกันมา คนไทยเราเคยได้ชื่อว่าสยามเมืองยิ้ม คนมีความอ่อนหวาน เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แล้วสิ่งเหล่านี้เมืองไทยยังเหลืออยู่ไหม เหลืออยู่เท่าใดเหลืออยู่ที่ไหน และเป็นสิ่งที่เกิดมาจากใจภายใน ไม่ได้เกิดจากการแสดงตามหน้าที่ ท่านรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นิวัตร นาคเวช เมื่อท่านเป็นผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านให้โรงเรียนมัธยมทุกโรงเรียนในจังหวัด ได้ทำโครงการ “ลูกอยุธยายิ้มไหว้ ทักทายกัน” ซึ่งตอนนั้นทำกันอย่างจริงจัง เห็นภาพนักเรียน “ไหว้” กับผู้ที่ได้พบกัน แม้แต่รุ่นพี่ รุ่นน้องในโรงเรียน ก็ไหว้กัน เป็นการทำมาจากใจได้แล้ว แต่ก็ต้องมาหยุดไปเมื่อท่านจากอยุธยาไป ควรจะฟื้นกลับมา แต่จังหวัดอื่นได้นำไปทำ
              6. ทางข้ามถนน สำหรับรถจักรยานจะตีเส้นแยกกับคน ไม่ให้ปนกันเพื่อความปลอดภัย เห็นไหมว่าเขาละเอียดอ่อนมาก เมื่อพูดถึงรถจักรยานแล้วก็ทำให้แปลกใจ ในท้องถนนไม่มีรถจักรยานยนต์วิ่ง จะมีก็แต่รถส่งของโดยเฉพาะนักเรียนไม่มีเห็นขัยรถจักรยานยนต์เลย มีแต่ขี่รถจักรยาน ทั้ง ๆ ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์จำหน่าย เป็นเรื่องที่แปลกมาก
              การเอาใจใส่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มองข้ามไป อย่าคิดว่าเป็นเรื่องที่จุกจิก น่ารำคาญ ลองพิจารณาให้ดี      ว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะความสุขทางด้านจิตใจ

ห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น ตอนที่ 3 แหล่งเรียนรู้
วันที่ 20 มีนาคม 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม


โดย...... ครูสายันต์ ขันธนิยม
โรงเรียนอยุธยานุสรณ์



ป้ายความรู้เรื่องผักและผลไม้ในท้องถิ่น


“ญี่ปุ่นต้องการปลูกฝังให้คนของเขารักการเรียนรู้ หรือคนญี่ปุ่นชอบการเรียนรู้ จึงมีแหล่งเรียนรู้มากมาย ในญี่ปุ่น”

                  เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าคนญี่ปุ่นชอบอ่านหนังสือ ตามสื่อต่าง ๆ เห็นภาพคนญี่ปุ่นอ่านหนังสือบนรถไฟบางคนก็ยืนอ่าน ระหว่างที่ยืนรอรถไฟก็จะอ่าน แม้แต่ที่เมืองไทย จะเห็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีหนังสือคู่มือ การเดินทางท่องเที่ยว จะบอกข้อมูลเส้นทาง สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และสถานที่สำคัญอื่น ๆ ซึ่งเขาสามารถเที่ยวได้จากคู่มือเล่มนั้น เขาต้องอาศัยการอ่านก่อนที่จะมาและมาใช้ในสถานที่จริง คนญี่ปุ่นเป็นนักอ่าน ชั้นเยี่ยม





สื่อในการจัดประเภทผักสวนครัวประเภทเดียวกัน


                 เมื่อได้ไปประเทศญี่ปุ่น ได้พบอีกว่าคนญี่ปุ่นชอบศึกษาหาความรู้ จากแหล่งต่าง ๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ โบราณสถาน แต่ยังมีแหล่งเรียนรู้ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ ซึ่งได้เขียนไว้ในย่อหน้ารองสุดท้าย ของตอนที่ 2 จึงมีคำถามว่า การสร้างแหล่งเรียนรู้เหล่านั้นของญี่ปุ่น เพื่ออะไร
                1. เพื่อปลูกฝังให้คนของญี่ปุ่นรักการเรียนรู้ ตามที่ต่าง ๆ จึงมีแหล่งเรียนรู้ สำหรับศึกษาหาความรู้และฝึกปฏิบัติกิจกรรม
                 2. เพื่อจัดแหล่งเรียนรู้ แหล่งฝึกปฏิบัติ ให้กับคนญี่ปุ่นที่ชอบศึกษาหาความรู้



ประชาชนเข้ามาฝึกการประดิษฐ์ดอกไม้จากขวดพลาสติก


                 ลองพิจารณาแล้ว เห็นด้วยกับเหตุผลทั้งสองข้อ เพราะแหล่งเรียนรู้หลายแห่ง จัดขึ้นเด็ก ๆ ตั้งแต่อนุบาล ถึงมัธยมศึกษาและให้กับผู้ใหญ่ สำหรับเด็กอนุบาล เด็กประถมศึกษา จัดให้ทำกิจกรรมร่วมกับ พ่อ แม่ หรือทำเอง สถานที่จัดกิจกรรม จะมีความปลอดภัย อยู่ในระดับความสูงและสายตาของเด็กแต่ละระดับ สื่อการเรียนรู้ก็จะมีของแต่ละวัย    
ซึ่งเป็นสื่อที่สร้างความจูงใจและกิจกรรมเหมาะ สำหรับเด็กวัยนั้น ๆ จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในการทำกิจกรรม อย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่สาธิต ให้ความรู้หรือยั่วยุให้เด็กได้ร่วมกิจกรรม สำหรับเด็กโตกับผู้ใหญ่บางกิจกรรมก็ร่วมทำด้วยกันได้ บางแห่งเจ้าหน้าที่เป็นอาสาสมัครมาคอยแนะนำ มาคอยจัดกิจกรรม

                      กิจกรรมเป็นกิจกรรมให้ได้รู้จักสิ่งที่จำเป็นในชีวิต เช่น รู้จักพืชผักว่าอะไรเป็นประเพศเดียวกัน ส่วนประกอบของผักแต่ละชนิด ใบ ดอก ผล เป็นอย่างไร โดยให้หมุนภาพ 3 ภาพให้ตรงกัน ผักผลไม้แต่ละชนิดปลูกที่ไหน ส่วนประกอบของอาหารแต่ละชนิดมีอะไรบ้าง สิ่งของเครื่องใช้แต่ละอย่างทำมาจากอะไรบ้าง กิจกรรมการฝึกให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อ ความสัมพันธ์ของระบบประสาท กิจกรรมการอยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยให้เล่นร่วมกับผู้อื่นที่ไม่รู้จักการใช้ของร่วมกัน การแบ่งปันสิ่งของ กิจกรรมฝึกการคิด การวางแผน กิจกรรมฝึกความเป็นระเบียบวินัย ที่เห็นได้ชัดคือการรอตามลำดับก่อนหลัง เด็กเล็ก ๆ ยืนรอเข้าแถวเพื่อทำกิจกรรม กิจกรรมการนำวัสดุที่ใช้แล้วมาใช้ให้เป็นประโยชน์
                    การที่เด็กและประชาชนของญี่ปุ่นได้ศึกษาหาความรู้ ฝึกปฏิบัติ ตามแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทำให้เกิดความรู้ ประสบการณ์ ซึ่งความรู้และประสบการณ์นี้ น่าจะเป็นพื้นฐานและตัวส่งเสริมการคิดต่าง ๆ

                      สิ่งที่ได้รับจากการไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ตามที่ต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ก็เป็นส่วนสะท้อนถึงความเป็นครู ที่จะนำมาปรับใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่

                     1. การจัดกิจกรรมจัดง่าย ๆ ให้เด็กได้ทำ ให้เกิดความสนใจ ให้เกิดความสนุก มากกว่าการหาคำตอบ ว่าถูกหรือผิด
                     2. สื่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก ใช้สี แสง เสียง ภาพ ตัวหนังสือ เป็นตัวกระตุ่นที่จะให้เด็กอยากดู อยากอ่าน อยากเล่น
                     3. มีผู้ดูแลและให้ความรู้อย่างใกล้ชิด
                     4. การปฏิบัติงานเครื่องมือพอเพียง จัดเป็นชุด ๆ ตามจำนวนของผู้ปฏิบัติงาน
                     5. ก่อนปฏิบัติงานชมจากวีดีโอ การสาธิต มีภาพขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างละเอียดให้ดูระหว่างปฏิบัติงานแต่ละกลุ่มถ้าสงสัย และมีผู้ดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด สามารถแก้ปัญหาได้ทันทีที่ปฏิบัติไม่ถูก ทำให้ผลงานออกมาตามเป้าหมายที่วางไว้ คือทำงานแล้ว “ประสบความสำเร็จ” ซึ่งทำให้เกิดความภาคภูมิใจ
                     6. ความสะอาดถ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับของรับประทาน จะต้องทำความสะอาดมือ ใส่หมวกครอบศีรษะกันผมร่วง ใส่ผ้ากันเปื้อน เครื่องมือและบริเวณที่ปฏิบัติงาน เมื่อทำงานเสร็จต้องทำความสะอาด ซึ่งไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย
                  ครู คงต้องจัดสภาพห้องเรียน ห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งฝึกปฏิบัติ เพื่อสนองความอยากรู้ อยากทำของนักเรียน ที่สนใจทางการเกษตร เช่น การตอนกิ่ง การโรยทรายสวนแก้ว การจัดสวนถาด และในระดับที่สูง ๆ ขึ้นไป ก็คงต้องลองมาคิดว่าจะจัดแหล่งเรียนรู้อะไร อย่างไร ให้กับเด็กไทย และคนไทยบ้าง ในการปลูกฝังรักการเรียนรู้




          การฝึกทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป            วัสดุ อุปกรณ์ การประดิษฐ์ สตอร์เบอรี        การฝึกทำวาซาบิหมัก                        


ห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น ตอนที่ 2 เทคโนโลยี
วันที่ 06 มีนาคม 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม

โดย...ครูสายันต์  ขันธนิยม
 โรงเรียนอยุธยานุสรณ์




“เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้ หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วม ในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน”

                   ข้อความดังกล่าว เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ง 2.1 ของ สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี เมื่ออ่านครั้งใดก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจะจัดการเรียนรู้อย่างไร จะจัดการเรียนรู้ได้ไหม ที่จะให้บรรลุมาตรฐานนี้ได้ และจะเริ่มต้นอย่างไรกัน
                   ได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่นกับโทรทัศน์ครู รายการห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ได้พบสิ่งต่าง ๆ หลายอย่างโดยเฉพาะ เทคโนโลยี ที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น ซึ่งบางอย่างในประเทศไทยก็มีแต่ก็มีเป็นบางแห่ง ไม่ทั่วไป สิ่งแรกของเทคโนโลยีที่ได้พบ คือรถไฟของประเทศญี่ปุ่น เหมือนกับรถไฟฟ้าบนดิน ใต้ดิน บ้านเรา แต่ของญี่ปุ่นจัดเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน มีหลายสายสำหรับบริการประชาชนทำให้ประชาชนของเขาใช้บริการรถไฟมากกว่าการใช้รถยนต์ส่วนตัว เมื่อถึงที่พักได้ใช้บริการห้องน้ำเพราะอดกลั้นมาหลายชั่วโมง เมื่อนั่งลงโถส้วมไม่กล้านั่งเพราะกลัวเย็นที่ก้นเนื่องจากอุณหภูมิภายนอกติดลบ หลายองศา แต่นั่งแล้วรู้สึกสบายอุ่นดี ก็ลองดูมีระบบไฟฟ้าอยู่ ระหว่างนั่งอยู่ก็มองซ้าย มองขวา พบว่ามีปุ่มอะไรหลายปุ่มอยู่ที่ข้างโถส้วมอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ได้แต่พอเห็นสัญลักษณ์ก็พอจะเดาออกว่าอะไรเป็นอะไรเมื่อถ่ายเสร็จก็ลองกดดู ปรากฏว่ามีน้ำมาฉีดล้างก้นให้ และมารู้ภายหลังว่ามีทั้งระบบแรงและรบฝอยด้วย พอไปเข้าห้องน้ำสาธารณะ ระบบปุ่มไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ข้างโถส้วมเสียแล้ว อยู่ข้างผนังกว่าจะพบก็เสียเวลาหาอยู่นาน เมื่อส้วมใช้ระบบไฟฟ้าแสดงให้เห็นถึงการรักษาความสะอาดอย่างดี ของผู้ใช้ จะมาใช้น้ำลาด ใส่น้ำยาขัดคงไม่ได้แล้ว และที่น่าสนใจอีกอย่างไม่ถูกทำลาย ไม่มีเขียนข้างฝาห้องน้ำให้สกปรก แต่ก็พบอยู่แห่งหนึ่งที่เขียนไว้ มองภาพรวมแล้วเขารักษาสมบัติส่วนรวมเป็นอย่างดี
                    การรับประทานอาหารบ้าง เมื่อเข้าไปร้านอาหาร ก็จะมีรูปภาพอาหารพร้อมราคาให้ดู เมื่อเราต้องการอะไรก็ไปยังตู้ ใส่เงินตามจำนวนราคาอาหารถ้าเกินก็จะทอนให้แล้วกดอาหารที่เราต้องการ จะมีบัตรออกมาแล้วเราก็นำบัตรไปยื่นให้พนักงานในร้าน นั่งรอที่โต๊ะ เมื่ออาหารเสร็จก็จะมีสัญญาณดังขึ้นที่โต๊ะเราต้องเดินไปรับอาหารเอง บริการน้ำเอง รับประทานเสร็จก็เก็บภาชนะต่างเองตามที่กำหนดไว้ แต่บางร้านก็มีพนักงานมารับการสั่งอาหารที่โต๊ะ โดยมีเมนูให้ดูมีรูปอาหารและราคา เมื่อสั่งพนักงานก็จะกดเครื่อง แล้วนำอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ไม่ต้องเก็บภาชนะ นอกจากนี้ยังพบตู้อัตโนมัติจำหน่ายเครื่องดื่ม บุหรี่ ของใช้จำเป็นบางอย่าง มีอยู่ทั่วไปทั้งในเมืองและชนบท เครื่องดื่มมีทั้งเครื่องดื่มบรรจุกระป๋อง กล่อง จากโรงงานที่ผลิตและเครื่องดื่มที่ชงจากเครื่องมีทั้งร้อนและเย็น เมื่อต้องการอะไรก็ดูรูปและราคาจากตู้ แล้วใส่เงินทั้งเหรียญและธนบัตร แล้วก็กดปุ่มตรงสินค้าที่ต้องการแล้วสินค้าก็จะออกมา ถ้าต้องทอนเงิน เครื่องก็จะทอนให้
                     ถ้าใครเคยนั่งรถไฟไปเชียงใหม่ เราจะต้องรอดถ้ำขุนตาล (อุโมงค์) ถ้าเป็นตอนกลางวันจะตื่นเต้นมากเพราะเมื่อรถไฟแล่นเข้าไปในถ้ำแล้วจะมืด สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่น เจาะภูเขาเป็นอุโมงค์ยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งมีหลานแห่ง แสดงให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยีการขุดอุโมงค์ การใช้ข้อมูลเส้นทาง สำหรับเดินทางและการขับขี่ปลอดภัย จะให้ข้อมูลด้วยระบบดิจิตอล มีอยู่ทั่วไปตามที่พักรถ
                      การเกษตร ทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ก็ใช้เครื่องจักรขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ในการดำเนินกิจการ แม้แต่การดำเนินชีวิตประจำวันของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ก็มีเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวก
                      ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ในการอำนวยความสะดวก การดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน ทำให้ สะท้อนถึง มาตรฐานการเรียนรู้ วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี มาตรฐาน ง 2.1 ของ สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี ที่กล่าวว่า “เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้ หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วม ในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ทำไมประเทศญี่ปุ่นถึงทำได้ จากการที่ได้ไปในสถานที่ต่าง ๆ เช่นแหล่งเรียนรู้ ห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านจำหน่ายของที่ระลึก จะมีพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมของเด็กในระดับอนุบาล ให้ได้ออกกำลังกาย ได้ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิด และมีการปฏิบัติทำกิจกรรมของผู้ที่สนใจ เช่นพิพิธภัณฑ์ มะหมี่สำเร็จรูปก็จะมีให้ผู้สนใจมาทำบะหมี่สำเร็จรูปทั้งบรรจุซองและถ้วย ศูนย์การเรียนรู้การเกษตร ก็จะมีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการผสมเกสรสตอเบอรี่ การดำนา การปลูกผัก พืชสมุนไพร ร้านจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผา ก็มีให้ฝึกปั้นภาชนะรูปทรงต่าง ๆ ไร่วาซาบิ ก็ทำวาซาบิหมักกับส่าเหล้า การฝึกปฏิบัตินั้นจะต้องเสียเงิน ยกเว้นศูนย์การเรียนรู้เกษตร การที่เปิดให้ฝึกปฏิบัติเป็นการให้ผู้ที่สงสัยได้หาคำตอบ ที่เขาสงสัยว่าทำอย่างไร ทำแล้วได้อะไร ทำแล้วเป็นอย่างไร จะได้นำไปทำเอง นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี เพราะเขาได้ฝึกการคิดให้กับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาล ฝึกการปฏิบัติให้เกิดการเรียนรู้ เกิดทักษะ ความคิดที่จะนำไปต่อ  ยอด


ส้วมที่มีปุ่มต่าง ๆ ในการอำนวยความสะดวก

ห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น ตอนที่ 1 ระเบียบ วินัย ความสะอาด
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม

ดย ครูสายันต์ ขันธนิยม
โรงเรียนอยุธยานุสรณ์

               ประเทศญี่ปุ่นมีการพัฒนาประเทศมาไล่เลี่ยกับประเทศไทยในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ของญี่ปุ่นตรงกับรัชสมัยจักรพรรดิเมจิ และโดนระเบิดปรมณู 2 ลูก ถล่ม ฮิโรชิมาและนางาซากิ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2488 นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังได้รับภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดอย่างต่อเนื่อง แต่ญี่ปุ่นได้พัฒนาประเทศไปได้ไกลมาก ทั้งในเอเชียและโลกก็ว่าได้
                  ญี่ปุ่นจะพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงรักษา ความมีวินัย ความเป็นระเบียบ ความสะอาด ไว้อย่างดี ซึ่งจะได้ยินคำเล่าลือนี้มาอย่างต่อเนื่อง หรือเพราะความมีวินัย ความเป็นระเบียบ เขาจึงพัฒนาประเทศได้เร็ว ซึ่งก็ต้องหาคำตอบ
               เมื่อไปเหยียบแผ่นดินของประเทศญี่ปุ่น สิ่งแรกที่ได้พบคือความกระตือรือร้น คนญี่ปุ่นจะเดินอย่างว่องไว เร่งรีบเหมือนกับแข่งกับเวลา การเข้าแถวตามลำดับก่อนหลัง เห็นจากการรอขึ้นรถไฟของชาวญี่ปุ่น จะยืนตรงช่องทางขึ้นเป็นแถว ไม่มีการคุยกัน (ปฏิสัมพันธ์สู้คนไทยไม่ได้) ทุกคนจะอ่านหนังสือหรือไม่ก็ดูโทรทัศน์มือถือ กดนั่น กดนี่ ไป เมื่อรถไฟมาถึงก็รอให้คนลงให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงเดินขึ้นที่ละคนโดยไม่ต้องแย่งกัน เมื่อขึ้นรถไฟแล้วก็อ่านหนังสือ กดโทรศัพท์มือถือ การเข้าแถวตามลำดับแม้แต่การซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาก็เข้าแถวกัน การเข้าแถวตามลำดับก่อนหลังจะเห็นเป็นในทุก ๆ สถานที่ การสั่งอาหารรับประทาน ก็จะมาตามลำดับการสั่ง สังเกตจากการรับประทานอาหารหลายมือ จะไม่เห็นโต๊ะที่มาทีหลังได้อาหารก่อนเลย
                ทำไมตู้จำหน่ายสิ่งของอัตโนมัติ ไม่ถูกงัดเอาสิ่งของในตู้ทั้ง ๆ ที่ตั้งอยู่ทั้งในชุมชนและห่างจากชุมชน และใกล้ ๆ ตู้ทางบริษัทที่ติดตั้งตู้จำหน่ายสินค้า จะมีถังขยะมาตั้งไว้ใกล้ ๆ ตู้ ถ้าตู้อยู่นอกเมือง และสิ่งที่เขาร่ำลือกันว่าถ้าลืมของไว้จะไม่หาย ก็จริงลืมไว้ก็ยังอยู่เมื่อกลับไป ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ของมีค่าก็ยังอยู่ เมื่อพูดถึงการจำหน่ายสินค้า สำหรับการจำหน่าย บุหรี่หรือสุรากับคนที่ต่ำกว่าอายุ 20 ปี เขาจะไม่จำหน่ายเด็ดขาด ซึ่งก็มีผล ต่อการไม่สูบบุหรี่หรือดื่มสุรา ในวัยอันควร แต่ก็จะพบวัยรุ่นที่อายุเกิน 20 ปี ของญี่ปุ่นสูบบุหรี่ทั้งชายและหญิงหรือดื่มเบียร์ อาจเป็นเพราะอากาศหนาวหรือเปล่า และจะไม่ค่อยเข้มงวดเรื่องสถานที่สูบบุรีในร้านอาหารก็สามารถสูบได้ ซึ่งคนที่ไม่ได้สูบก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับควันบุหรี่อย่างทั่วถึง
                ยามเช้าตรู่จะเห็นคนมากวาดหน้าร้าน ในถนน ยืนดูอยู่ 3 – 4 วัน จึงรู้ว่า คนที่กวาดนั้นไม่ใช่เจ้าหน้าที่เทศบาล แต่เป็นคนของร้านจะออกมากวาดขยะที่หน้าร้านของตนเอง ในถนนหน้าร้านและข้ามไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง ตามซอกต่าง ๆ ของถนนจะไม่มีขยะให้เห็นเลย
               ชุดนักเรียน นักศึกษา ของเด็กญี่ปุ่น ที่เด็กไทยชอบเลียนแบบ (จนบางสถานศึกษาเปลี่ยนเครื่องแบบของสถานศึกษาเลียนแบบนักศึกษาญี่ปุ่น เพื่อเอาใจนักศึกษา) ก็มีไม่มาก เห็นเขาแต่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไม่เห็นนักเรียน นักศึกษาหรือวัยรุ่นญี่ปุ่น ขับรถจักรยานยนต์ จะมีก็แต่รถจักรยานยนต์ส่งของเท่านั้น
                ความเป็นคนอ่อนน้อม สุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นนักบริการ นับว่าเยี่ยมมากสำหรับคนญี่ปุ่น มีให้เห็นทุกสถานที่ ๆ เข้าไปใช้บริการ ก็ทำให้นึกถึงคนไทยเรา ที่เคยได้รับฉายาว่า “สยามเมืองยิ้ม” เราคิดว่าประโยคนี้ยังมีอยู่กับนิสัยคนไทยหรือไม่ ในฐานะที่ประเทศไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวและมีรายได้จาการท่องเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
                ในระยะเวลาสั้น ๆ สิ่งที่เห็นได้เห็นสิ่งนี้จากประเทศญี่ปุ่น อาจจะเป็นภาพลวงตาสำหรับข้าพเจ้าก็ได้ แต่ข้าพเจ้าก็ชื่นชมกับภาพล่วงตาเหล่านี้ สิ่งที่จะต้องนำมาปรับปรุงใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อฝึกความเป็นระเบียบ การมีวินัย การรักษาความสะอาด คือ
          1. การฝึกการมีวินัยของตนเองของครูและนักเรียน ในเรื่องของการเข้าและออกจากการสอนให้ตรงเวลา นักเรียนต้องมาเรียนให้ตรงเวลา
          2. ครูจะไม่ละเลยในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่องของความเป็นระเบียบ การมีวินัย การรักษาความสะอาด
          3. ครูต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี
          4. ความสะอาดของห้องต้องสะอาดทุกครั้งก่อนครูเข้า และโต๊ะเรียนต้องจัดให้เป็นระเบียบก่อน ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำอยู่แล้ว
         5. การเตรียมพร้อมในเรื่องของ อุปกรณ์การเรียน หนังสือ สมุด ต้องอยู่บนโต๊ะก่อนเรียน และให้เปิดทบทวนตรวจความเรียบร้อยของงาน
         6. การไม่ขีดเขียน หรือวาดภาพในสมุดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน
         7. การเข้าแถวตามลำดับก่อนหลังในการ รับเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ และการส่งงาน
         8. การส่งงานให้ตรงเวลา ซี่งยังเป็นปัญหายังไม่สามารถแก้ได้ จะต้องแก้ต่อไป
         9. การเรียงรองเท้าให้เป็นระเบียบถ้าต้องถอดร้องเท้าเข้าห้อง ไม่เหยียบส้นรองเท้า
                       สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ถ้าครูไม่ละเลย ก็อาจจะช่วยปลูกฝั่งนิสัยที่ดีของนักเรียนเราได้



โอกาสมาถึง
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555
โดย อ.สายันต์ ขันธนิยม


โดย ครูสายันต์ ขันธนิยม
โรงเรียนอยุธยานุสรณ์


                        โอกาสหมายถึง อะไร จะไม่ค่อยรู้ความหมายกัน แต่รู้ว่าถ้ามีสิ่งดี ๆ มาถึงตัวเราแล้วเรารับรู้ เราทำ เราร่วม นั่นแหละเรารู้ว่า มีโอกาส แต่ถ้าไม่รับ ไม่สนใจ ไม่ทำ ไม่ร่วม นั่นจะรู้ว่าปล่ โทรทัศน์ครู เปิดโอกาสให้ครูสมัครเป็นสมาชิก ถ้าครูสมัคร ก็จะได้เป็นสมาชิก เมื่อสมัครแล้วเข้ามาศึกษาหาความรู้ รายการต่าง ๆ จะเข้ามาศึกษาเมื่อไรก็ได้ มาศึกษาเร็วเท่าใดก็จะได้นำสิ่งที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้เร็ว เป็นการพัฒนาตนเองไปด้วย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การผลิตสื่อ เมื่อนำไปใช้แล้วนักเรียนชอบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู นักเรียนเข้าใจ ได้ความรู้ ผลการเรียนดี สิ่งที่ครูได้คือความภาคภูมิใจ การเป็นครูมืออาชีพ สามารถนำผลงานไปใช้ในการคัดเลือกครูดีเด่น เป็นส่วนหนึ่งในการขอเลื่อนวิทยฐานะ นอกจากนี้โทรทัศน์ครูยังเปิดโอกาสให้เฉพาะส่วนบุคคล เช่น การเลื่อนระดับสมาชิก การเข้ารับการอบรม การไปถ่ายทำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู การบริหารโรงเรียนของผู้บริหาร เพื่อนำมาออกอากาศทางโทรทัศน์ครู การประกวดบทความ การประกวดเรียงความ ผู้เขียนไม่เคยปฏิเสธโอกาส ที่โทรทัศน์ครู มอบให้ ในด้านเฉพาะตัว ทำให้ผู้เขียนได้รับ 1. การเป็นสมาชิกของโทรทัศน์ครู ครูควรเป็นสมาชิกขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครู องค์กรที่มีส่วนช่วยพัฒนาวิชาชีพครูให้มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ไปสู่การเป็นครูมืออาชีพ ครูสอนดี ให้อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ อยโอกาส ถ้าเมื่อเวลาล่วงเลยไปแล้วมารู้ว่า ถ้าทำแล้วจะเกิดผลดีแก่ตน แต่ไม่สามารถทำได้แล้ว อย่างนี้ เสียโอกาส บางคนรอว่า เมื่อไรจะมีโอกาส รอเท่าไรโอกาส ก็ไม่มาถึงสักที อย่างนี้เรียกว่า ไม่มีโอกาส
 ........................... เคยไหม เมื่อมีโอกาส แล้วปล่อล่วงเลยไป จนกลายเป็น เสียโอกาส ..................

             1. โอกาสที่มีอยู่ทั่ว ๆ ไป ให้กับทุกคน ไม่จำกัดเวลา ใครจะใช้โอกาสเมื่อใดก็ได้ เช่น หนังสือมีไว้ให้อ่าน ถ้าใครอ่านก็แสดงว่าได้ใช้โอกาส โดยจะอ่านเมื่อใดก็ได้ จะอ่านวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ก็ได้ แต่ถ้าอ่านวันนี้ก็รู้วันนี้ ถ้าวันนี้ยังไม่อ่านก็ยังไม่รู้ วัดมีไว้ให้เราเข้าไปทำบุญ เข้าไปปฏิบัติธรรม เราจะเข้าเมื่อใดก็ได้
            2. โอกาสที่มีอยู่ทั่ว ๆ ไป ให้กับทุกคน แต่จำกัดเวลา ต้องทำในเวลาที่กำหนด เช่น การอ่านหนังสือ ถ้าต้องสอบ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ แต่ไปอ่าน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ คงไม่มีประโยชน์ต่อการสอบ แต่จะได้ความรู้และรู้ว่าสิ่งที่สอบไปนั้นทำถูกมากน้อยเพียงใด แต่ถ้าอ่านก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็จะมีประโยชน์ต่อการสอบ โอกาสที่จะทำข้อสอบได้คะแนนดี ๆ มีมาก หรือ ห้างสรรพสินค้าลดราคาสินค้า โดยมีวันหมดเขต ลดราคา ถ้าไปซื้อสินค้าเลยวันลดราคา ก็จะได้สินค้าในราคาปกติ ไม่ได้เดือนร้อน แต่ถ้าซื้อช่วงลดราคา จะจ่ายเงินน้อยกว่าปกติ สามารถนำเงินจากส่วนลดไปซื้ออย่างอื่นได้อีก หรือมีเงินเก็บ
            3. โอกาสมีเฉพาะตัวบุคคล มีเวลาจำกัด โอกาสอย่างนี้จะมีน้อยซึ่งบางคนรอคอย บางคนปล่อยให้ผ่านไป เช่น ครูบางคนผู้บริหารมอบหมายงานให้ทำโดยกำหนดเวลา ปรากฏว่าครูคนนั้นรับทำ งานเสร็จตามกำหนด และผลงานดี เป็นที่ชื่นชมของผู้บริหาร ผู้บริหารนำไปชมกับคนอื่น ๆการสอบต่าง ๆ ถ้าไปสอบ ผลก็คือได้หรือไม่ได้ ถ้าไม่ไปสอบผลคือไม่ได้อย่างเดียว 
        
              โทรทัศน์ครู เปิดโอกาสให้ครูสมัครเป็นสมาชิก ถ้าครูสมัคร ก็จะได้เป็นสมาชิก เมื่อสมัครแล้วเข้ามาศึกษาหาความรู้ รายการต่าง ๆ จะเข้ามาศึกษาเมื่อไรก็ได้ มาศึกษาเร็วเท่าใดก็จะได้นำสิ่งที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้เร็ว เป็นการพัฒนาตนเองไปด้วย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การผลิตสื่อ เมื่อนำไปใช้แล้วนักเรียนชอบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู นักเรียนเข้าใจ ได้ความรู้ ผลการเรียนดี สิ่งที่ครูได้คือความภาคภูมิใจ การเป็นครูมืออาชีพ สามารถนำผลงานไปใช้ในการคัดเลือกครูดีเด่น เป็นส่วนหนึ่งในการขอเลื่อนวิทยฐานะ นอกจากนี้โทรทัศน์ครูยังเปิดโอกาสให้เฉพาะส่วนบุคคล เช่น การเลื่อนระดับสมาชิก การเข้ารับการอบรม การไปถ่ายทำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู การบริหารโรงเรียนของผู้บริหาร เพื่อนำมาออกอากาศทางโทรทัศน์ครู การประกวดบทความ การประกวดเรียงความ ผู้เขียนไม่เคยปฏิเสธโอกาส ที่โทรทัศน์ครู มอบให้ ในด้านเฉพาะตัว ทำให้ผู้เขียนได้รับ
              1. การเป็นสมาชิกของโทรทัศน์ครู ครูควรเป็นสมาชิกขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครู องค์กรที่มีส่วนช่วยพัฒนาวิชาชีพครูให้มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ไปสู่การเป็นครูมืออาชีพ ครูสอนดี ให้อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ
              2. การเลื่อนระดับสมาชิก สมาชิกโทรทัศน์ครูในแต่ละระดับจะมีสิทธิต่าง ๆ ไม่เหมือนกันในการร่วมกิจกรรม การเลื่อนระดับสมาชิก ก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองตามเงื่อนไข
              3. ได้รับ CD การจัดการเรียนรู้ของครู เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
              4. การเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่โทรทัศน์ครูจัดขึ้น โดยเฉพาะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
             5. ได้รับการถ่ายทำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายการประยุกต์การสอนเกี่ยวกับวิกฤติน้ำท่วม แล้วนำไปออกอากาศและนำมาขึ้นไว้ที่เว็บไซต์โทรทัศน์ครูเพื่อให้สมาชิกและผู้สนใจเข้าไปดู เป็นการเผยแพร่ผลงาน โดยที่ผู้เขียนไม่ต้องลงทุนและเผยแพร่ในสื่อที่มีคนชมมาก ซี่งถ้าปฏิเสธที่จะให้ไปถ่ายทำคงเสียโอกาสนี้ไป ได้ปฏิเสธไปครั้งหนึ่งเพราะช่วงนั้นน้ำยังท่ามบ้านและโรงเรียนอยู่ โรงเรียนยังไม่เปิด สุดท้ายก็รับโอกาสนี้ไว้ โดยมาถ่ายทำหลังจากโรงเรียนเปิด 5 วัน ระหว่างที่น้ำท่วมผู้เขียนคิดว่าจะนำอะไรที่เกี่ยวกับน้ำท่วมไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้ถ่ายรูปและ บันทึกข้อมูลเพื่อนำไปวางแผนและทำสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไว้ โรงเรียนเปิดเมื่อใดพร้อมที่จะใช้ทันที เพราะโรงเรียนเปิดช้ากว่ากำหนด 1 เดือนกว่า
            6. ได้รับโทรศัพท์มือถือ จากการเขียนบทความ การที่เข้าไปดูการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูแล้วประทับใจ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน แล้วเขียนบทความส่งมายังโทรทัศน์ครู
            7. ได้รับ Net book จากการที่โทรทัศน์ครูเชิญเข้าร่วมขยายเครือข่ายสมาชิก โดยหาสมาชิกให้ได้ 100 คน ในเดือนธันวาคม 2554 เมื่อได้รับคำเชิญ คิดว่าจะหาได้หรือ 100 คน ภายในเวลา 1 เดือน โรงเรียนบางโรงเรียนยังเปิดไม่ได้ น้ำยังท่วมอยู่ ตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรม คิดว่าหาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหาครบได้ Net book มาใช้
             8. โทรทัศน์เชิญชวนถ้าสนใจในการเขียนบทความ จะเปิดพื้นที่ Blog ถ้าสนใจให้ส่งรูป ใช้เวลาตัดสินใจ 1 วันโดยการส่งรูปไปให้ วันนี้ตอนหัวค่ำเห็นรูปที่ Blog ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์พอดี ต้องการเริ่มเขียนวันนี้ แต่พอเปิดมาไม่พบรูป คงต้องฝากทีมงานส่งให้ และนี่ก็เลย 24 นาฬิกาแล้ว
             9. ได้รับรางวัลไปต่างประเทศ ในการประกวดเขียนเรียงความ “ห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งกิจกรรมนี้ไม่คิดจะร่วมเลยเพราะคิดว่าประเทศละคนจะได้หรือ จนคืนสุดท้ายจึงตัดสินใจเขียน ตามคติที่ว่า “ส่งก็คือได้กับไม่ได้ ไม่ส่งคือไม่ได้” ขณะนี้ผู้เขียนได้เดินทางมาถ่ายทำ รายการห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความรู้ส่วนตัวที่ไม่เคยประสบมาก่อนและความรู้ที่จะนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน