Thai Teachers TV Blog | สมัครสมาชิก | ติดต่อโทรทัศน์ครู
อ.เมธาวดี เคหบาล
ปฏิทิน
<< พฤษภาคม 2560
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
30123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031123
เรื่องล่าสุด
 
โครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่อง “ ครูสอนดี ”
วันที่ 25 มิถุนายน 2554
โดย อ.เมธาวดี เคหบาล

             

                                                           โดย...เมธาวดี เคหบาล  

                                                                     ศึกษานิเทศก์ สพม.เขต 20 (อุดรธานี)                             

          ในโอกาสที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนหน่วยงานเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับจังหวัด.. เห็นว่าโครงการตามหัวข้อเรื่อง เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อคุณครู....    จึงได้สรุปย่อแล้วนำมาเผยแพร่แก่คุณครูทุกท่านค่ะ..

1. ที่มาของโครงการ                                                                                                                                                 - จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 เห็นชอบ “แผนปฏิบัติการปฏิรูปประเทศไทย เพื่ออนาคตคนไทยที่เท่าเทียมและเป็นธรรม”   สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)  ซึ่งมีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้   เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้           จึงได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนโครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่อง “ ครูสอนดี”  โครงการนี้มักจะถูกเรียกย่อ ๆว่า โครงการ “ครูสอนดี” เป็นการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ผ่าน “ครูสอนดี”                                             - จากแนวคิด “ คุณภาพของครู  เป็นปัจจัยสำคัญและเป็นตัวกำหนดคุณภาพการศึกษา ”  จึงเฟ้นหาครูสอนดีทั้งในและนอกสถานศึกษา และจากแนวคิด  “ ท้องถิ่นถือเป็นพลังสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา”  จึงให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการคักเลือก เชิดชู ยกย่อง  “ ครูสอนดี ”                                                                                                                                                                     (สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ระบุไว้ในมาตรา 8 ให้การศึกษาเป็นไปเพื่อให้เกิดการพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และมาตรา 9 ให้มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง)

2.วัตถุประสงค์                                                                                                                                                     2.1 เพื่อให้บุคลากรจากทุกภาคส่วน (ทั้งภาครัฐ/ภาคเอกชน ,ในโรงเรียน/นอกโรงเรียน)  มีส่วนร่วมในการคักเลือก เชิดชู ยกย่อง “ ครูสอนดี ”                                                                                                                                                                       2.2 เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจแก่ครูผู้สอน ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ                                                                      2.3 เพื่อสร้างเครือข่าย “ครูสอนดี” ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นโดยกระจายอยู่ในทุกตำบล                                                                   (สรุปวัตถุประสงค์โดยรวม คือ เพื่อกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา นั่นเอง)

3. เป้าหมาย                                                                                                                                                             -ปี 2554  ให้มี“ ครูสอนดี ” จำนวน 20,000 คน (ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000  บาท  โดยจะประกาศผลในเดือนธันวาคม 2554) และให้มี “ ครูผู้รับทุนครูสอนดี ” จำนวน 600 คน (คัดเลือกครูที่สอนเด็กด้อยโอกาส จากจำนวน 20,000 คนในรอบแรก ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับสนับสนุนทุนในการดำเนินโครงการขยายผลครูสอนดี  คนละ 500,000 บาท สำหรับดำเนินโครงการในระยะเวลา 3 ปี)                                                                                                                                                                          -ปี 2556  ประเทศไทยจะมีครูสอนดี จำนวนทั้งสิ้น  60,000  คน กระจายในทุกตำบล

4. คุณสมบัติของ “ ครูสอนดี ”                                                                                                                                     -ครูทีมีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อเป็นครูที่อยู่ในหรือนอกระบบการศึกษา  และจากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ถึงปัจจุบัน  มีร่องรายที่แสดงถึงการเป็นผู้มีคุณสมบัติ “สอนเป็น(จัดการเรียนการสอนได้ดี พัฒนาต่อเนื่อง-เห็นผล(มีผลการสอนทำให้ลูกศิษย์ ก้าวหน้าในชีวิต) – และคนยกย่อง         (เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ยกย่อง)”

5. ช่องทางในการสรรหาครูสอนดี มี 2  ช่องทาง                                                                                                          1.สถานศึกษา ทั้งของรัฐและเอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้สรรหา ดำเนินการสรรหาโดยบุคคล 4 ฝ่าย จากผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ร่วมกันสรรหาครูในสถานศึกษา ที่จัดกระบวนการเรียนรู้ดี มีการสอนที่ทำให้ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ ก้าวหน้าในทางการเรียนและหน้าที่การงาน                                                                                                                                           2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ทำการสรรหาครูที่จัดกระบวนการเรียนรู้ได้ดี มีผลการสอนที่ทำให้ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ ก้าวหน้าในทางการเรียนและหน้าที่การงานและเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ยกย่องของศิษย์ เพื่อนครูและชุมชน โดยที่องค์กรสาธารณะประโยชน์ ได้แก่ NGO หรือ มูลนิธิต่างๆ สามารถเสนอชื่อทางนี้ได้     

 6. กลไกการคัดสรร                                                                                                                                                   -  ทุกจังหวัดจะมีองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) เป็นหน่วยประสานงานของจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัด  แต่งตั้ง “ คณะกรรมการเพื่อคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับจังหวัด  และระดับท้องถิ่น ” เป็นการระดมพลังความร่วมมือจาก 5 ภาคส่วน คือ ท้องถิ่น เอกชน ประชาสังคม รัฐ และวิชาการ การคัดเลือกมี  2  ขั้นตอน                                                                                               ขั้นตอนที่ 1  ระดับท้องถิ่น                                                                                                                                           - คณะกรรมการระดับท้องถิ่น รับการเสนอชื่อครูโดยสถานศึกษา หรือผู้เกี่ยวข้อง  (ตามเกณฑ์ให้เสนอชื่อครูเพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกที่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ในเขตที่โรงเรียนตั้งอยู่ )                                                                                                                  - คณะกรรมการเพื่อคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับท้องถิ่น  เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกครูที่ได้รับการเสนอชื่อให้เหลือจำนวนครูสอนดีไม่เกินร้อยละ 4 ของจำนวนครูทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ  มีนายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เป็นประธานกรรมการ   กรรมการประกอบด้วยผู้แทนจาก 5 ภาคส่วน ได้แก่  ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนเด็กและเยาวชน ผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์                                                                                                                                                               ขั้นตอนที่ 2  ระดับจังหวัด  โดยคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับจังหวัด  พิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับการยกย่องเป็นครูสอนดีจากรายชื่อที่คณะกรรมการระดับท้องถิ่นเสนอ  (จำนวนไม่เกินที่ สสค.กำหนดไว้)  คณะกรรมการระดับจังหวัด มีนายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) เป็นประธานกรรมการ   กรรมการประกอบด้วยผู้แทนจาก 5 ภาคส่วน ได้แก่  ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนเด็กและเยาวชน ผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์  แล้วเสนอรายชื่อไปยัง สสค.

หมายเหตุ:  ผู้สนใจศึกษารายละเอียด และดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ http://www.olf.com/

      โครงการดี ๆแบบนี้ ต้องบอกต่อ>>.....และแสดงความยินดี(ล่วงหน้า) กับ ”ครูสอนดี” ทุกท่านค่ะ......


เรามา “ จัดการความรู้ ”กันเถอะค่ะ.....
วันที่ 02 มิถุนายน 2554
โดย อ.เมธาวดี เคหบาล

 

เรามา “ จัดการความรู้ ”กันเถอะค่ะ..... 

โดย เมธาวดี เคหบาล

ศึกษานิเทศก์

 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

      เชื่อว่าหลายคน...  มีองค์ความรู้หรือวิธีปฏิบัติที่ดีที่ค้นพบด้วยตนเอง... แต่ยังไม่ได้มีการจัดระบบ แล้วเผยแพร่ หรือบอกกล่าวให้คนอื่นได้รับทราบ  อาจเป็นเพราะไม่รู้วิธีจัด  หรือไม่เห็นความสำคัญ 

     และเมื่อถึงวันหนึ่ง...ที่บุคคลเหล่านี้ ต้อง...จากโลกไป....ความรู้ หรือวิธีปฏิบัติดี ๆที่เขาค้นพบ     ก็จะจากไปด้วย...น่าเสียดายใช่มั๊ยคะ.....หากท่านคือหนึ่งในจำนวนของบุคคลดังกล่าว  โปรดรีบ “ การจัดการความรู้ ”       ของท่านเสียตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ ...เพื่อเป็นวิทยาทาน หรือบุญกุศล ที่ท่านสามารถสร้างไว้ให้กับโลกใบนี้ (ด้วยวิธีง่าย ๆ)....ถ้าท่านตอบว่า “ จ้า....แล้วพรุ่งนี้จะทำ..”  บางที  “ พรุ่งนี้อาจอยู่....ไกล....เกินไป.(เพราะไปไม่ถึง)...”

     สำหรับท่านที่ยังไม่รู้จัก หรือรู้จักแต่ยังไม่ชัดเจน ในเรื่องเกี่ยวกับ “ การจัดการความรู้ ” ดิฉันขอหยิบยกหัวข้อสำคัญ (เบื้องต้น)  มาเล่าให้ฟัง หรือท่านที่รู้จักแล้ว ก็ถือว่าเป็นการทบทวนก็แล้วกันนะคะ....

          ความหมายของการจัดการความรู้

               “ การจัดการความรู้ ” (Knowledge Management) หรือเรียกย่อ ๆว่า KM  ประกอบด้วยคำ 2 คำ  คือ ความรู้  และการจัดการ  “ ความรู้ ” เป็นข้อเท็จจริง หรือความสามารถเชิงปฏิบัติ ที่มนุษย์ได้รับและสะสมไว้  ส่วน“ การจัดการ ”  มีความหมายกว้างมาก สำหรับในเรื่องนี้ หมายถึง การรวบรวม สร้าง หรือจัดระเบียบ      เมื่อรวมความแล้ว “ การจัดการความรู้ ” (Knowledge Management) จึงหมายถึง การรวบรวม สร้าง หรือ    จัดระเบียบข้อเท็จจริงที่มนุษย์ได้รับและสะสมไว้นั่นเอง.... 

          ประเภทของความรู้  ความรู้มี 2 ประเภท ได้แก่ 

               1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน(Tacit Knowledge)หรือความรู้ที่เป็นนามธรรม  เป็นความรู้ที่เกิดจากการ    ได้รับประสบการณ์ หรือเป็นพรสวรรค์ของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจ  การปฏิบัติกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง  และการคิดเชิงวิเคราะห์ สังเคราะห์ (ทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ)  เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล     และยังไม่มีการถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด หรือเป็นลายลักษณ์อักษร 

               2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง(Explicit Knowledge)หรือความรู้แบบรูปธรรม เป็นความรู้ที่มีการบันทึกเป็น   ลายลักษณ์อักษรด้วยวิธีต่าง ๆ  เช่น จัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติงาน การตั้งเป็นทฤษฎี  เขียนเป็นตำรา  จัดทำเป็นWebsite หรือBlog เป็นต้น

          เมื่อเปรียบเทียบ ความรู้ทั้ง 2 ประเภทนี้แล้ว  จะเห็นได้ว่า ความรู้ที่ชัดแจ้ง(Explicit Knowledge)      เราสามารถค้นคว้าและเรียนรู้ได้  แต่ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge)นี่สิ ... เป็นสิ่งน่าค้นหา...และติดตาม

     หากมีคำถามว่า  “ ความรู้ที่น่าจะถูกนำมา“ จัดการ ” คือความรู้ประเภทใด ?  ท่านพอจะมองออกใช่มั๊ยคะ...   เชื่อว่า ทุกท่านมีสิ่งดี ๆอยู่ในตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการการศึกษามาเป็นเวลานาน...   ความรู้และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนที่สั่งสมไว้ ต้องคับแก้วแน่ ๆ....

         ดังนั้น  จึงขอเชิญชวนทุกท่าน...ค้นหาความรู้ที่มีอยู่ในตัวท่าน แล้วดึงออกมาจัดระเบียบ  และเผยแพร่ต่อสาธารณชน  เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคลอื่น ๆ และสังคมต่อไป.......

         การเผยแพร่ความรู้ต่อสาธารชนมีหลายวิธี หลายช่องทาง  “ โทรทัศน์ครู ”เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เปิดกว้างสำหรับอาชีพของเรา......และดิฉันก็ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณ “ โทรทัศน์ครู ”ที่มีบล็อกนี้ไว้ให้ดิฉันได้สื่อสาร และแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ...พบกันใหม่(เร็ว ๆนี้)....สวัสดีค่ะ……