Thai Teachers TV Blog | สมัครสมาชิก | ติดต่อโทรทัศน์ครู
ครูบูช
ปฏิทิน
<< ตุลาคม 2554>>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
2526272829301
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
303112345
เรื่องล่าสุด
 
บันทึก ข้อความ
วันที่ 13 ตุลาคม 2554
โดย ครูบูช

 
    สวัสดีครับเพื่อนครูทุกท่าน สวัสดีสายฝนจากฟ้า สวัสดีสายน้ำที่ไหลแรง สวัสดีสายลมที่โหมกระหน่ำ ประจวบเหมาะจริงๆ นะครับ กับการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตช่วงปิดภาคเรียน ปีนี้ดูจะหนักหนาสาหัส เป็นกำลังใจให้คุณครูทุกท่านด้วยนะครับ
 
 

                                      เมื่อพายุมา……..

          ฝนก็เกิด น้ำก็บ่า นาก็ล่ม            เมืองก็จม ถนนหาย วอดวายสิ้น

สวนเสียหาย ผักเน่าตาย หมดผืนดิน            บ้างหมดสิ้น เนื้อหน้า ประดาตัว

          ทั้งเสื้อผ้า ที่อาศัย อีกเสื่อหมอน      ทั้งที่นอน หยูกยา หามีสิ้น

รองเท้าแตะ หม้อหุงข้าว น้ำพาบิน              ยังหมดสิ้น ลอดชีวิต คิดต่อไป

          อีกบ้านเรือน อาคาร สถานศึกษา     รั้วข้างหน้า มองไม่เห็น วัดไปไหน

มิดยันโบสถ์ เหลือแต่เศียร พระเอาไว้           หดหู่ใจ นี่หรือไทย ที่ร่มเย็น

          โทษไม่ได้ โทษใคร ใครจะรอด         เราต้องกอด รักกัน ช่วยทั้งสิ้น

ก็คนใช้ คนทำ โลกไหลริน                      ผลาญสิ้น โลกซึมเศร้า อยู่ทุกวัน

          มาวันนี้ โลกของเรา เขาปรับบ้าง     เราต้องสร้าง ต้องเสริม ช่วยโลกด้วย


ช่วยกันปรับ ช่วยกันสร้าง ไปได้สวย             อยู่ร่วมด้วย โลกของเรา นิรันดร

 

    การเรียนรู้จะร่วมกันในโลกใบนี้ยังมีอีกมากมายหลายอย่างนักนะครับการสอนให้เด็กๆ ยุคใหม่ใส่ใจสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัว รวมทั้งวิธีจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ล้วนแต่เป็นสูตรผสมระหว่าง ความเข้าใจในวิชาการ และความเข้าใจในชีวิต เด็กๆ ยุคใหม่ควรมีวิชาความรู้เหล่านี้ติดตัวไป ในจิตใต้สำนึก ให้รำลึกนึกถึงว่า อดีตกาลนานมา ปู่ ยา ตา ทวด เขาใช้วิถีการดำเนินชีวิตอย่างไร แล้วในยุคสมัยต่าง ๆ เราผู้ที่ว่าเป็นมนุษย์ผู้เจริญ ต่างจากสัตว์ร้ายนานา ใช้คุณค่าสิ่งแวดล้อมไปอย่างไร แล้วส่งผลอะไรถึงปัจจุบัน ความจริงที่ปรากฏ มองเห็นชัดอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้สื่ออะไรช่วยเลย แค่ข่าวสาร การลงมือทำ ผลที่ตามมาก็คุ้มค่าแน่นอน ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย มนุษย์ก็ได้แต่เรียนรู้ แต่ไม่เคยสอนให้ตระหนักถึงคุณค่าสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ว่าทรัพยากรธรรมชาติคืออะไร แล้วเราใช้ประโยชน์อะไรจากทรัพย์นั้น แต่ไม่เคยให้เห็น ถึงผลกระทบถ้าเราใช้หมดหรือทำร้ายไป ความใส่ใจก็เลยไม่เกิด ยิ่งเข้าสู่ปี แห่งการสื่อสายไร้สาย ไร้พรมแดน ได้ซึ่งความรับผิดชอบ มนุษย์ผู้วุ่นวายก็ไร้ซึ่งคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ปัจจัยสี่ที่ว่าสำคัญ เพิ่มเป็น ห้า หก เจ็ด ปัจจัย กลับลืมไปว่า การเป็นอยู่ การพัฒนา ก็อยู่ที่คุณค่าของ สี่ ปัจจัยหลัก แต่ดันกลับเอาไปไว้ท้ายสุดของปัจจัยทั้งหลาย ก็เลยวุ่นวายทั้งหน้าหลัง

    ทุกอย่างที่พูดมา มีบัญญัติไว้ในหลักสูตรแต่ตามหลักสูตรก็ให้สอนเพื่อเข้าใจ ยังไม่เห็นว่าให้ใส่ใจและตระหนักถึงคุณค่า อยู่ที่ครูผู้สรรหา ว่าจะให้ไปในทิศทางไหน แล้วต้องใส่ใจกันเริ่มเมื่อใด อายุเท่าไหร่ ถึงจะเรียนรู้ว่ามันสำคัญกับการดำเนินชีวิตมากกว่าการเรียนรู้อย่างเดียว

    คนไทยมีวิธีการสอนลูกหลานที่แนบเนียน ตั้งแต่เริ่มเรียนอ่านเขียนได้ ก็ปลูกฝังจารีตประเพณีกันเรื่อยมา แต่หลังๆ การพัฒนาย่อมมีสองด้าน ที่เข้าใจก็นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับความเป็นไทยนิยม แต่ที่ขื่นขมคือเอาไปใช้ทั้งแผง มันแรงสำหรับวัฒนธรรม แล้วก็บอกต่อไปว่าเพื่อพัฒนาสู่อาเซียน ก็เลยต้องลืมเรียนเขียน ภาษาพ่อ ภาษาแม่ จะให้ทัดเทียมกับอารยะ ต้องใช้เทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง เพื่อให้สนองว่าประเทศที่พัฒนาเขามีกัน แล้วเมืองไทยล้าหลังตรงไหน การที่เราก้าวทีละขั้น ไม่ใช่ไม่ทันทั่วโลก แต่สิ่งที่เราก้าวกระโดด มันทำให้ทั่วโลกเขาจับตามอง ไม่ได้มองว่าโดดเด่น แต่มองว่าจะกระโดดพลาดเมื่อไหร่ ที่เขาจะมาพยุงก็มี แต่ที่เข้ามาย้ำย่ำยีมันมากกว่า

    เราเป็นครู คุณค่าคือการสอน แล้วการสอนอย่างมีคุณค่านั้น สอนอย่างไร ความตระหนักในการสอนเป็นอย่างไร แล้วสอนอย่างไรให้เกิดความตระหนัก 

    ทุกวันนี้ เวทีเสวนา มักมองปัญหาแค่ภายนอก มองปัญหาแค่ผลการสอบ สารพัดเครื่องมือมาประเมิน สารพัดเครื่องมือมาทดสอบ สารพัดข้อสอบมาให้ทำ แล้วเคยสำรวจตรวจสอบหรือเปล่าว่า ความสุขมวลรวมของการศึกษาอยู่ที่ใคร ครู ผู้ปกครอง หรือเด็ก สอบได้ที่หนึ่ง ใครมีความสุข สอบได้ผลคะแนนสูง ใครมีความทุกข์ แล้วสอบไม่ได้ละใครมีความสุข ดาบสองคมยังใช้ได้เสมอสำหรับการศึกษาไทย

ครูบูช

ผู้ช่วยครูผู้ช่วย

โรงเรียนเทศบาลเทพราชบุรีรมย์  สังกัดเทศบาลตำบลเทพราช

อำเภอบ้านโพธิ์   จังหวัดฉะเชิงเทรา