Thai Teachers TV Blog | สมัครสมาชิก | ติดต่อโทรทัศน์ครู
อ.เฉลิมลาภ ทองอาจ
ปฏิทิน
<< กุมภาพันธ์ 2555>>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
2930311234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829123
เรื่องล่าสุด
 
การพัฒนาที่ยั่งยืน: เริ่มจากวิชาภาษาไทยได้หรือไม่
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555
โดย อ.เฉลิมลาภ ทองอาจ

 

 

การพัฒนาที่ยั่งยืน: เริ่มจากวิชาภาษาไทยได้หรือไม่

 

 

เฉลิมลาภ ทองอาจ

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม

คณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

 

          เราไม่อาจปฎิเสธได้ว่า การเรียนการสอนในทุกวิชาและทุกระดับชั้นในปัจจุบัน จำเป็นที่จะต้องเชื่อมโยงกับประเด็นปัญหาที่เป็นสากล  ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและชีวิตของมนุษย์ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่ครูภาษาไทยสมควรที่จะนำมาพิจารณาและจัดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ รวมถึงสอดแทรกในลักษณะของกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาไทย ซึ่งจะโน้มนำให้ผู้เรียนได้เกิดความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาของการพัฒนา และการใช้ชีวิตในลักษณะทุนนิยมสุดโต่ง ที่อาจจะกลายเป็นความเห็นแก่ตัว การแก่งแย่งแข่งขัน และการเอาชนะในที่สุด  ผลพลอยได้เหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการก็จริง แต่เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น หากครูภาษาไทยมิได้คำนึงถึงประเด็นการพัฒนาที่ยังยืนในการเรียนการสอนของตน  ซึ่งต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดค่านิยมและคุณลักษณะนักพัฒนาที่ยั่งยืน   

 

          ประเด็นเรื่องทรัพยากร ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของมนุษย์ให้เข้ากับธรรมชาติ เป็นประเด็นที่ผู้เขียนได้นำมาสอดแทรกในการเรียนการสอน  โดยมีลักษณะเป็นการบูรณาการแบบสอดแทรก เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดความตระหนักและเกิดความเข้าใจว่าควรจะมีแนวทางในใช้และรักษาทรัพยากรอย่างไร ตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ เช่น ในการสอนวรรณคดีไทย เรื่อง กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง พระราชนิพนธ์ในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์และสัตว์ชนิดต่างๆ ผู้เขียนก็ให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับสภาวการณ์ของสัตว์หรือพืชบางประเภทในปัจจุบัน ว่ามีพืชหรือสัตว์ชนิดใดที่อยู่ในภาวะเสี่ยงหรือใกล้ศูนย์พันธุ์หรือไม่  เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ให้ผู้เรียนเปรียบเทียบความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในอดีตกับปัจจุบัน แล้วอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดการเสื่อมโทรม  ทั้งนี้เนื่องจากผู้เรียนสามารถที่จะเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกับเหตุการณ์ในวรรณคดี ซึ่งอย่างน้อยผู้เรียนก็อาจจะเกิดจิตสำนึกในทางที่ต้องการจะฟื้นฟูให้สภาพธรรมชาติฟื้นกลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม 

 

          ตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนที่สอดแทรกประเด็นด้านปัญหาทรัพยากรและการพัฒนาชุมชนก็คือการให้นักเรียนเขียนเรียงความในหัวข้อ  “ป่าไม้ของไทย  ลมหายใจของชาติ” และการแต่งคำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพในหัวข้อ  “น้ำคือชีวิต” งานเขียนทั้งสองเรื่องมีความสำคัญในฐานะที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของสังคมไทย ซึ่งในการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเขียน หรือการร่างงานเขียนนั้น  ผู้เรียนจะต้องเริ่มจากการตั้งคำถามที่สำคัญ เช่น  ป่าไม้คืออะไร ป่าไม้มีความสำคัญอย่างไร สถานการณ์ของผืนป่าในประเทศไทยเป็นอย่างไร ปัจจัยใดที่ทำให้พื้นที่ป่าลดลง และจะมีแนวทางใดในการแก้ไขหรืออนุรักษ์ เป็นต้น คำถามเกี่ยวกับการวางโครงเรื่องการเขียนเช่นนี้ ย่อมเกิดผลพลอยได้ที่ตามมาคือ ผู้เรียนจะต้องค้นคว้าข้อมูลมาเพื่อประกอบการเขียนของตน การค้นคว้าและการเรียบเรียง ซึ่งจะต้องใช้ทั้งกระบวนการอ่าน การคิดและการเขียนนี้ ย่อมสามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะต้องไม่ลงไปปฏิบัติหรืออยู่ในสถานที่จริง หรืออย่างในกรณีของการแต่งคำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพในหัวข้อ “น้ำคือชีวิต” ผู้เรียนก็ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามว่า น้ำมาจากไหน น้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร สภาพการณ์ของทรัพยากรน้ำคืออะไร การขาดแคลนน้ำหรือแหล่งน้ำส่งผลอย่างไร เป็นต้น  จากนั้นผู้เขียนได้ให้ผู้เรียนไปค้นคว้าข้อมูลเพื่อนำมาอภิปรายกลุ่ม ก่อนที่จะเสนอหลักการแต่งคำประพันธ์ที่ผู้เรียนจะต้องใช้เนื้อหาที่ได้จากการอภิปรายมาใช้ เป็นต้น  เหล่านี้คือตัวอย่างของการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการที่สอดแทรกเนื้อหาและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเข้าไป เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของทรัพยากรที่กล่าวมา

 

          นอกจากการสอดแทรกเนื้อหาลงในวิชาแล้ว  ผู้เขียนยังใช้กิจกรรมการสอนแบบโครงงานมาใช้เพื่อให้ผู้เรียนได้ลองคิดค้นแนวทางการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า  โดยมีลักษณะเป็นโครงงานภาษาไทยแต่ให้มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่างๆ ตัวอย่างเช่น  โครงงานการผลิตสารคดีโทรทัศน์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ซึ่งผู้เรียนจะต้องฝึกพัฒนาทักษะการสื่อสาร การเป็นผู้ดำเนินรายการและการเป็นผู้เขียนบทสารคดี เป็นต้น  ซึ่งในกระบวนการการทำรายงานนั้น  ผู้เรียนจะต้องลงไปศึกษาสภาพของภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งในเขตกรุงเทพก็มีหลายแห่งด้วยกัน การที่ผู้เรียนได้พบกับสถานที่และบุคคลที่สืบสานภูมิปัญญาด้วยตนเอง จะทำให้ผู้เรียนตระหนักและเข้าในสภาพจริงที่เกิดขึ้น มองเห็นปัญหาและอุปสรรคที่การพัฒนาอย่างไร้ขอบเขตที่เข้ามามีอิทธิพลต่อภูมิปัญญาของท้องถิ่นเป็นต้น  หรือตัวอย่างของการทำโครงงานอีกเรื่องหนึ่งคือ  การทำโครงงานละครรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งดำเนินการโดยการให้ผู้เรียนฝึกฝนหลักการแต่งบทละครซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  จากนั้นนำมาปรับปรุงและจัดแสดง โดยเปิดช่วงสุดท้ายของการแสดงเพื่อให้ผู้เรียนได้อภิปรายและวิพากษ์ รวมถึงเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่น ซึ่งผลที่ได้เป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาจะมีความคิดและมีจินตนาการที่กว้างไกล  ซึ่งทำให้ผู้เขียนได้แนวทางใหม่ๆ หรือมุมมองใหม่ในการใช้ทรัพยากร ตัวอย่างเช่น ประเด็นการใช้ทรัพยากรน้ำ ผู้เรียนเสนอความคิดเห็นว่า ปัญหาสำคัญของทรัพยากรน้ำที่หลายภูมิภาคประสบคือการขาดแคลนทรัพยากรน้ำ ดังนั้นจึงเสนอให้มีการทำแหล่งน้ำประจำจังหวัดขึ้น โดยมีระบบการส่งน้ำที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความขาดแคลนในยามที่จะต้องใช้น้ำได้ 

 

          นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้ส่งเสริมการให้ผู้เรียนเกิดการคิดเชิงวิพากษ์จากการอ่าน โดยนำประเด็นหรือกรณีที่นำเสนอในเรื่องที่อ่านเช่นวรรณกรรมหรือวรรณคดีมาเป็นแหล่งให้ผู้เรียนได้ฝึกการคิดเชิงวิพากษ์ เช่นเสนอประเด็นจากวรรณคดีว่า  “ประเทศชาติที่ขาดความเจริญรุ่งเรืองจะไม่สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้” นักเรียนจะต้องนำเสนอประเด็นทั้งในส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับประเด็นดังกล่าว พร้อมทั้งสืบค้นข้อมูลประกอบการแสดงเหตุผล  จากนั้นจึงเขียนสรุปความคิดเห็นของตนเอง  ซึ่งในระยะแรกผู้เรียนค่อนข้างประสบปัญหาในการคิด เพราะเป็นวิธีการที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน แต่เมื่อเกิดความคุ้นเคย ผู้เรียนก็จะปฏิบัติได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่า ในการพิจารณาเรื่องใดๆ ก็ตาม จำเป็นจะต้องฝึกมองต่างมุม แล้วพิจารณาสร้างทางเลือกหรือข้อสรุปที่สมเหตุสมผลมากที่สุด  ตัวอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผู้เขียนหวังว่าจะช่วยให้ผู้เรียนเป็นผู้มีจิตวิพากษ์และเข้าใจประเด็นหรือสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม และตระหนักว่า ตนเองนั้นสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและเห็นคุณค่าของการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

_________________________________

 

ประโยชน์ใดที่เกิดจากบทความนี้ ผู้เขียนขออุทิศเป็นกตัญญุตาแด่ตา-ยาย

ผู้ให้ความสำคัญกับการศึกษามากกว่าสิ่งอื่นใด

 

ติดตามอ่านบทความด้านหลักสูตรและการสอนเน้นวิชาภาษาไทยได้ที่

http://www.gotoknow.org/blogs/books/90208/toc

 

 



แสดงความคิดเห็น

* กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น *